อาหารปลอดภัย สูงวัยใส่ใจคุณภาพ

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่เป็นสังคมผู้สูงอายุ และจะเต็มสมบูรณ์ ในปี 2568 ย่อมจะส่งผลให้รายจ่ายด้านสุขภาพของผู้สูงวัย เพิ่มขึ้น เป็นภาระแก่รัฐ สาเหตุส่วนหนึ่งของการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุ เกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุลและไม่เหมาะกับวัยของผู้สูงอายุ บุคคลเมื่อย่างเข้าสู่เป็นผู้สูงอายุย่อมมีความต้องการปริมาณอาหารน้อยลง เนื่องจากอารมณ์และจิตใจแปรปรวน ทั้งการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเปลี่ยนแปลง เช่น ระบบลำไส้ การย่อย

และการดูดซึมเริ่มเสื่อมลง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเจ็บป่วยได้ง่าย อันเกิดจากภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ขาดแคลเซียม เหล็ก ฯลฯ และวิตามินต่างๆ หรือได้รับสารอาหารบางอย่างมากเกินไป อาจเกิดเป็นปัญหาโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ ตามมา เนื่องจากผู้สูงอายุเกษียณออกจากงานมาอยู่กับบ้าน และไม่ได้ ทำงานหนักเต็มที่เหมือนเมื่อก่อน ความต้องการพลังงานจึงมีไม่มากเหมือนวัยหนุ่มสาว ต้องการแค่เพียงวันละ 1,600-1,800 แคลอรีเท่านั้น ดังนั้นผู้สูงอายุจำเป็นต้องเลือกทานอาหารที่พอเหมาะและที่มีปริมาณพลังงานน้อยลง ถ้าทานอาหารที่มีพลังงานมากเกินจะไม่เป็นผลดีต่อผู้ชรา เพราะจะนำมาเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและโรคอื่นๆ แม้ผู้สูงวัยจะมีความต้องการพลังงานน้อยลง แต่ถึงอย่างไร ผู้สูงอายุควรจะทานปริมาณและคุณภาพของอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายให้ครบ 5 หมู่ ให้หลากหลายและไม่ซ้ำกัน ซึ่งได้แก่ อาหารหมู่ที่ 1 ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เนื้อสัตว์นั้น ผู้สูงอายุควรทานปลาเป็นประจำ เพราะย่อยง่าย ทานไข่ 3 ฟองต่อสัปดาห์ แต่ถ้าในเลือดมีคอเลสเตอรอลสูง ให้งดทานไข่แดง ให้ทานเฉพาะไข่ขาว ส่วนนมนั้น ควรดื่มแต่ชนิดนมพร่องมันเนยวันละ 1 แก้วก็พอ อาหารหมู่ที่ 2 ซึ่งมีข้าว น้ำตาล เผือก มัน ข้าว เป็นอาหารหลัก ผู้สูงอายุควรทานไม่ควรเกินวันละ 6-8 ทัพพี และเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือแทนข้าวขาว เพื่อให้ได้วิตามิน แร่ธาตุในอาหาร หรือหากเบื่อข้าวก็ให้หันมาทานอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อบ้าง อาหารหมู่ที่ 3 ผักต่างๆ ต้องต้มหรือนึ่งให้สุก เพื่อผู้สูงอายุจะได้เคี้ยวง่ายขึ้น ผักดิบไม่ควรทานเพราะย่อยยาก และเป็นปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้ออีกด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth