ปรับพฤติกรรม ‘ดื่มแล้วขับ’ ไม่ทำซ้ำ ลดอุบัติเหตุ

การศึกษาหลายเรื่องแสดงให้เห็นว่า การดื่มแอลกอฮอล์สัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดโรค อุบัติเหตุ และสอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ปี 2556 พบว่า คนไทยดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นอันดับที่ 3 ของทวีปเอเชีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 3 ของโลก หรือเฉลี่ย 2 คนต่อชั่วโมง เกิดผลกระทบในสังคมตามมา เช่น ผู้พิการจากอุบัติเหตุ ครอบครัวแตกแยกจากการดื่มสุราจนขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และปัญหาครอบครัวขาดผู้นำ
ความเคลื่อนไหวจากศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย (มนป.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่เห็นถึงความสำคัญได้ด้านการแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุและความปลอดภัยทางถนน มีการจัดงานสัมมนาระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน” (Invest for Sustainable Road Safety) ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ นับเป็นเวทีที่ได้ประโยชน์ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย และนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติด้านวิชาการ ด้านวิจัย-โครงการ และนวัตกรรมของเยาวชนโดยเฉพาะ รวมถึงการมอบรางวัล Prime Minister Road Safety Awards เพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่บุคคลและองค์กรที่ดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย ช่วยกันลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ซึ่งมีเวทีเสวนาหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาหลักสูตรอบรมเพื่อฟื้นฟูและปรับพฤติกรรมผู้กระทำผิดกฎหมาย กรณีดื่มแล้วขับ” มีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูผู้ทำผิดกฎหมายเมาแล้วขับ นายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า โครงการ “ดื่มแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ” กรมควบคุมความประพฤติ มีบทบาทหน้าที่และภารกิจที่สำคัญในการฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน ซึ่งจะดำเนินการในส่วนของศาลที่สั่งให้มีการคุมประพฤติ และกำหนดเงื่อนไขการทำงานในคดีที่ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยเฉพาะการรณรงค์แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในคดีเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นการนำมาตรการบังคับใช้กฎหมาย “คุมความประพฤติ” มาใช้ในการลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน เช่น กรณีขับรถขณะเมาสุรา ผู้กระทำผิดต้องรายงานตัวเพื่อให้พนักงานควบคุมประพฤติได้สอบถามถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำผิด ให้ผู้กระทำผิดทำงานบริการสังคม เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึก ให้เกิดความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth